ในปี 2569 อุตสาหกรรมเครื่องดื่มยังคงมีโอกาสเติบโตได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ มีความคุ้มค่า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ในขณะเดียวกัน มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจจากภาครัฐอาจช่วยส่งเสริมบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในระยะสั้น

บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ การติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการบริหารต้นทุนและช่องทางจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายเติบโตมากกว่าร้อยละ 12 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของตลาดในประเทศ พร้อมตั้งเป้ารับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากประเทศอินโดนีเซียประมาณ 20 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 24 และอัตรากำไรสุทธิจากกำไรดำเนินงานปกติ ซึ่งไม่รวมรายการพิเศษ ให้อยู่ที่ร้อยละ 15

บริษัทจะเดินหน้าขยายความแข็งแกร่งของแบรนด์ การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ชา รวมถึงการเติบโตของธุรกิจ OEM และตลาดส่งออก ควบคู่กับการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ คาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 โดยเป็นผลจากการปรับสัดส่วนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ 1,000 มิลลิลิตร ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เนื่องจากมีความคุ้มค่าและตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าขนาดใหญ่จะใช้ระยะเวลาในการบรรจุต่อหน่วยมากกว่าสินค้าขนาดเล็ก แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารกำลังการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับแผนการเติบโตของกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพได้ตามเป้าหมาย

แม้ต้นทุนในตลาดโลกยังมีความผันผวน ทั้งในส่วนของบรรจุภัณฑ์ พรีฟอร์ม และพลังงาน บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม การบริหารพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับภาวะตลาด และการปรับแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาความสามารถในการทำกำไร

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขาย บริษัทฯ ตั้งเป้าให้อยู่ในระดับไม่เกินร้อยละ 4.5 โดยมุ่งเน้นการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพในกิจกรรมที่สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทฯ มีแผนร่วมมือกับฮอนชวนเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกำลังการผลิต และรองรับการเติบโตของสินค้าที่มีความต้องการสูง โดยเมื่อโรงงานแห่งใหม่ของฮอนชวนเริ่มดำเนินการได้ตามแผน บริษัทฯ จะพิจารณาทยอยกระจายการผลิตสินค้าบางรายการให้ฮอนชวนช่วยผลิต โดยเริ่มจากกลุ่มสินค้าที่ใช้สายการผลิตร่วมกับน้ำด่างและสินค้าขนาดใหญ่

ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทฯ บริหารสายการผลิตได้คล่องตัวมากขึ้น รองรับการขยายตัวของสินค้าที่มีศักยภาพ และเพิ่มโอกาสในการรับงาน OEM ขนาดใหญ่ในอนาคต

บริษัทประมาณการตัดค่าเสื่อมราคา 30 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 15 ปีต่อสายการผลิต

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ โดยอัตราการจ่ายปันผลจะขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนั้นๆ ซึ่งบริษัทอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง ตามความเพียงพอของกระแสเงินสดที่บริษัทมี ณ ช่วงเวลานั้นๆ